ลูกร้องไห้ ไม่อยากเรียนออนไลน์ ทำอย่างไรดี?

บทความจาก https://www.sanook.com/women/164269

เป็นปัญหาใหญ่ที่หลายๆ บ้านต้องเจอในช่วงนี้เลยสำหรับ “การเรียนออนไลน์ ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องกุมขมับหนักกับผลลัพธ์ที่ตามมา และอีกหนึ่งปัญหาที่หลายบ้านต้องเจอคือ “ลูกไม่อยากเรียนออนไลน์” เรียนได้ไม่กี่นาทีก็อยู่ไม่นิ่ง ไม่ตั้งใจเรียน หรือบางบ้านลูกร้องไห้บ้านแตกก็มี 

ได้มีคุณพ่อ คุณแม่ ถาม คุณหมอโอ๋-จิราภรณ์ อรุณากูร เจ้าของเพจ เลี้ยงลูกนอกบ้าน มากมาย จนคุณหมอโอ๋ ต้องออกมาไขข้อสงสัย #ลูกร้องไห้ไม่อยากเรียนออนไลน์ ต้องทำอย่างไร

“คุณหมอคะ ลูก ป.1 เรียนออนไลน์มาได้ 1 อาทิตย์ ต้องจ้ำจี้จ้ำไชบังคับกันทุกวัน นั่งบ้างนอนบ้างไม่ยอมฟังครู แม่ดุจนแม่เหนื่อย เอาจริงๆ แม่ก็เห็นใจลูกนะ เพราะมันก็น่าเบื่อสำหรับเด็กๆ จริงๆ แม่ฟังเองยังฟังได้ไม่นาน แต่ล่าสุดลูกร้องไห้โฮ พอบอกว่าวันนี้ต้องเรียนออนไลน์ แม่ควรทำยังไงดีคะ”

คุณหมอโอ๋ ได้ตอบแบบตรงๆ ว่า “ก็เลิกเรียนได้นะ”

ก็ถ้าอะไรที่เราเห็นแล้วว่ามันไม่เวิร์คกับลูกเรา เราก็ต้องไม่ยอมจำนน ทนๆ ทำไปมั้ยอะ เพราะสิ่งที่เรากำลังแลกอยู่ คือ “พลังชีวิตของลูก” เลยนะ ชีวิตมันต้องมีทางเลือกสิ การไม่มีความรู้ในตอนนี้ ไม่น่ากลัวเท่ากับการเกลียดการเรียนรู้ หรือผลักไสมันในตอนหน้า

การเรียนกับเด็ก ต้องเป็นเรื่องสนุก ปลุกการอยากเรียนรู้ ไม่ควรเป็นการเอาความรู้มายัดส่งให้ แล้วบอกให้เคี้ยวกลืน หรือต้องฝืนนั่งนิ่งๆ ไปทั้งวัน มันไม่ใช่การเรียนรู้ที่ดีเลย

เอาจริงๆ เด็กเล็ก “ไม่เหมาะ” ที่จะเรียนออนไลน์ แบบนั่งฟังไปทั้งวัน (เห็นตารางบางโรงเรียน เรียน 8 โมงเช้า ถึง 3 โมงเย็น ให้ผู้ใหญ่ทำยังไม่อยากทำเลย)

และเราเลือกโปรแกรมเรียนออนไลน์ ที่เข้ากับจริตการเรียนรู้ของลูกเราได้นะคะ

ถ้าจะให้ดี เลือกการเรียนรู้ที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ เสริมการคิดวิเคราะห์ ส่งเสริมเรื่องการสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม (4C ใน 21st century skills) ซึ่งนั่น ต้องเป็นการเรียนออนไลน์แบบ interactive หรือเป็นแบบ problem base learning (PBL) หรือการเรียนแบบ BBL (brain base learning)

ซึ่งพอพูดๆ ไป สำหรับเด็กเล็กไม่ต้องเรียนออนไลน์ ก็เรียนรู้ได้นะ เอาจริงๆ เล่นเยอะๆ น่าจะฉลาดกว่า 

และอยากฝากไว้แค่…

“อย่าเอาความรักการเรียนรู้ของเด็กๆ ไปแลกกับอะไรที่ไม่คุ้มค่า นี่คือพลังงานที่ต้องรักษา “เป็นอย่างยิ่ง”

เราเลือกออกแบบชีวิตเราได้ และเราต้องเชื่อแบบนั้นให้ได้ก่อน

ผู้อยากให้พ่อแม่เข้าใจ ว่าการรักการเรียนรู้สำคัญกว่าการมีความรู้

ป.ล. 1 ถ้าจำเป็นต้องเรียนจริงๆ ก็ทำให้มันเป็นเรื่องที่ไม่มีอารมณ์ต่อกัน แสดงความเข้าใจในความรู้สึกลูก เอาเท่าที่ได้ ชื่นชมในความสำเร็จแม้เพียงเล็กน้อย
ป.ล.2 อาจไม่มีอะไรที่จำเป็นจริงๆ