วิธีปรับพฤติกรรม เมื่อลูกชอบแกล้งเพื่อน

บทความจาก https://www.parentsone.com/how-to-change-bullying-and-unkind-behavior/

เมื่อถึงวัยที่เด็กต้องไปโรงเรียน เด็กบางคนอาจจะเริ่มมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ซึ่งเกิดจากสิ่งแวดล้อมใหม่ที่มากระทบจิตใจ เช่น การอยากเป็นที่รัก การอยากเป็นที่สนใจของใครบางคน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคุณพ่อคุณแม่ คนในครอบครัว หรือคุณครู บางครั้งเด็กไม่ตั้งใจจะแกล้งเพื่อน แต่การกระทำบางอย่างของเด็กอาจได้รับความสนใจจากครู ซึ่งการกระทำนั้นๆ อาจเป็นได้ทั้งแง่ลบและแง่บวก เด็กอาจได้เรียนรู้ว่าเมื่อตีเพื่อน หรือกัดเพื่อน แล้วได้รับความสนใจจากคุณครู  (โดนคุณครูดุก็ถือว่าเป็นความสนใจ) เด็กก็เลยทำซ้ำอีก

หรือในบางกรณีเด็กบางคนใช้การกลั่นแกล้งคนอื่นเป็นเครื่องสร้างความสบายใจ หรือเป็นที่ระบายความคับข้องใจของตัวเอง เช่น ถูกพี่ที่โตกว่าแกล้งมา หรือถูกพ่อแม่ ผู้เลี้ยงดูลงโทษด้วยวิธีรุนแรงจนเกิดความเครียด จึงทำให้เด็กแสดงพฤติกรรมรุนแรงกับผู้อื่น ซึ่งหากปล่อยให้เด็กๆ ติดนิสัยชอบแกล้งไปจนโต มีโอกาสเป็นอย่างมากที่เด็กจะเพิ่มขีดความสามารถในการกลั่นแกล้งไปสู่การข่มขู่ ข่มเหงน้ำใจ หรือล่วงละเมิดคนอื่นได้รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ และคุณครู ต้องรีบแก้ไขปัญหาและปรับพฤติกรรมของเด็กอย่างจริงจังและเร่งด่วนค่ะ

วิธีปรับพฤติกรรมเมื่อลูกชอบแกล้งเพื่อน

1. หาที่มาหรือต้นตอของปัญหาด้วยการสอบถาม

ก่อนอื่นคุณพ่อคุณแม่ และคุณครู อย่าเพิ่งดุหรือว่ากล่าวเด็กแรงๆ ลองพูดคุยกับเด็กก่อนว่าทำไมเขาถึงทำพฤติกรรมแบบนี้ โดยใช้การสังเกตในสิ่งต่างๆ ดังต่อไปร่วมด้วย

  • เด็กตั้งใจที่จะทำให้คนอื่นๆ ไม่สบายใจหรือเสียใจหรือเปล่า
  • เด็กรู้ตัวหรือเปล่าในขณะที่กำลังรังแกคนอื่น
  • เด็กมีปัญหาที่บ้านหรือโรงเรียนไหม เช่น มีใครกำลังรังแกเด็กอยู่หรือเปล่า
  • เวลาอยู่ที่โรงเรียน เด็กรู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง หรือทำให้เหงาไหม
  • เด็กรังแกใครบางคนแบบเฉพาะเจาะจงไหม
  • เด็กคบเพื่อนที่เป็นอันธพาล ชอบรังแกคนอื่นหรือเปล่า
  • เด็กรู้สึกตื่นเต้นหรือสนุกกับการได้ทำร้ายคนอื่นหรือไม่
  • เด็กเคยเป็นคนที่ถูกรังแกมาก่อนหรือเปล่า
  • เมื่อเด็กเปิดใจอธิบายถึงปัญหา จึงค่อยหาทางแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด

2. หลีกเลี่ยงการลงโทษเด็กด้วยวิธีรุนแรง

อาจจะใช้วิธีบอกให้เด็กรู้ถึงผลเสียที่จะตามมาเวลาแกล้งผู้อื่น เช่น ไม่เป็นที่รัก ไม่ได้ดาวจากคุณครู หรือลงโทษด้วยการตัดสิทธิ์บางอย่าง เช่น ให้ขนมน้อยกว่าคนอื่น ให้ออกจากห้องเป็นคนสุดท้าย จะดีกว่าการใช้การลงโทษที่รุนแรงเพราะจะทำให้เด็กต่อต้านมากขึ้น

3. ส่งเสริมความสามารถในตัวเด็ก

มองหาจุดเด่นในตัวเด็ก และสนับสนุนให้เขาได้พัฒนาจุดเด่นนั้นๆ เช่น กีฬา ดนตรี ศิลปะ ซึ่งจะทำให้เด็กมุ่งความสนใจไปยังสิ่งที่ชอบ ทำให้เกิดสมาธิและช่วยขัดเกลาจิตใจให้อ่อนโยนลง

4. สนใจเฉพาะพฤติกรรมที่ดี

หากเด็กแกล้งเพื่อนเพราะอยากเรียกร้องความสนใจจากคุณครูมีวิธีแก้คือ คุณครูจะต้องปรับพฤติกรรมการแสดงออกต่อเด็กใหม่ โดยเมื่อเด็กทำพฤติกรรมที่ดี ให้รีบให้ความสนใจ หรือกล่าวชมเชย และเมื่อเด็กมีพฤติกรรมด้านลบให้เพิกเฉยกับเด็กในระยะหนึ่ง โดยให้ความสนใจกับเด็กที่ถูกแกล้งมากกว่า เมื่อโดนเพิกเฉยบ่อยครั้ง เขาจะเรียนรู้ว่าพฤติกรรมนี้ไม่เป็นที่ยอมรับ และจะเลิกแกล้งเพื่อนได้ในที่สุด

5. สอนให้เด็กรู้จักควบคุมอารมณ์

หากเด็กแกล้งเพื่อน หรือแสดงความรุนแรงกับเพื่อน เพราะความโกรธ หรือมีปัญหาด้านการควบคุมอารมณ์ ต้องสอนให้เด็กรู้จักวิธีควบคุมความโกรธด้วยวิธีอื่นโดยไม่ไปทำร้ายคนอื่น เช่น นับ 1-10 หรือให้เด็กมาบอกคุณครูว่ากำลังโกรธ เพื่อให้คุณครูเป็นผู้แก้ปัญหาให้ เป็นต้น

6. หากิจกรรมหรือหน้าที่ให้เด็กรับผิดชอบ

การหากิจกรรมให้เด็กก็เพื่อให้เขาได้ปลดปล่อยพลังงานอย่างเหมาะสม การที่มีโอกาสทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อคนอื่น จะทำให้เขาได้พบกับเพื่อนใหม่ๆรู้จักการปรับตัวเข้ากับผู้อื่น และมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้นค่ะ