แนะนำ 9 วิธีรับมือ เมื่อลูกโดน ‘บูลลี่’ ที่โรงเรียน

บทความจาก https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/858979

มีข้อมูลว่าเด็กไทยโดนเพื่อนรังแกมากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของโลก! เมื่อการ ‘บูลลี่’ ในโรงเรียนกลายเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทย ชวนผู้ปกครองมารู้จัก 9 วิธีรับมือเมื่อลูกโดนกลั่นแกล้งที่โรงเรียน

การรังแก กลั่นแกล้ง หรือการบูลลี่ในโรงเรียน ไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไป และมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้นในสังคมไทย จากสถิติของกรมสุขภาพจิตชี้ว่า ในปี 2561 มีจำนวนนักเรียนไทยโดนกลั่นแกล้งในโรงเรียนสูงถึง 600,000 คน หรือคิดเป็นอัตราส่วน 40% มากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของโลกรองจากญี่ปุ่น ปัจจุบันระดับความรุนแรงของพฤติกรรมการกลั่นแกล้งและปัญหาการกลั่นแกล้งกันในโรงเรียนได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกปี

ปัญหาใหญ่ระดับประเทศขนาดนี้ควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน แต่จะรอการช่วยเหลือจากภายนอกอย่างเดียวก็อาจจะไม่ทันการ สิ่งที่พ่อแม่สามารถทำได้เลยทันที เพื่อช่วยลูกหลานไม่ให้ต้องเผชิญปัญหาโดนบูลลี่เพียงลำพัง คือการศึกษาหาความรู้และหาวิธีที่จะช่วยจัดการปัญหานี้ให้ได้ อย่างเช่นการเข้าร่วมกิจกรรมอบรมในหัวข้อ “คำพูดสร้างสรรค์ สร้างสังคมน่าอยู่ ไม่บูลลี่ในเด็ก” ที่จัดโดยกรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) เพื่อให้ความรู้แก่พ่อแม่ ผู้ปกครอง และครู สามารถเข้าใจปัญหาการกลั่นแกล้งในโรงเรียนได้อย่างชัดเจนและเข้าใจ ทำให้แก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น

กิจกรรมนี้เป็นการรณรงค์ให้ลดการทำร้ายจิตใจผ่านคำพูด สนับสนุนการส่งต่อคำพูดสร้างสรรค์ในสังคมไทย ลดปัญหาการล้อเลียนชื่อพ่อแม่หรือการเรียกชื่อสมมติ ลดการล้อเลียนปมด้อยของเพื่อน ต่อต้านการไม่ให้เข้าร่วมกลุ่มเล่นหรือทำกิจกรรมด้วยกัน และการตบหัวหรือการชกต่อยกัน เป็นต้น

นายแพทย์กมล แสงทองศรีกมล ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการเด็ก โรงพยาบาลกรุงเทพ หนึ่งในผู้ร่วมบรรยายในการอบรมครั้งนี้ ให้ความรู้เกี่ยวกับการโดนบูลลี่ของเด็กไทยว่า ในมุมของผู้ใหญ่มักจะมองว่าการกลั่นแกล้งกันในเด็กเป็นเรื่องเด็กเล่นกัน  เป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในมุมของเด็กที่ถูกกระทำหรือถูกกลั่นแกล้งนั้น เป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับเขา เพราะเด็กต้องเจอกับปัญหาเดิมๆ ซ้ำๆ ทุกๆ วัน ดังนั้นผู้ใหญ่จึงต้องทำความเข้าใจกันใหม่ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก และสามารถส่งผลกระทบต่อจิตใจของเด็กได้ในระยะยาว ดังนั้นในฐานะพ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือครู จึงไม่ควรนิ่งเฉย ควรเฝ้าสังเกตพฤติกรรม อารมณ์ และดูแลเด็กๆ อย่างใกล้ชิดอยู่เสมอ เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที